Thursday, 2 May 2019

Jean Paul Gaultier Classique


Jean Paul Gaultier Classique

อย่างที่บอกไปหลายรอบแล้วว่ามักจะอยากลองหรืออยากได้น้ำหอมเพราะว่าอ่านเจอจากแมกกาซีนอยู่บ่อยๆ JPG Classique ก็เป็นหนึ่งในนั้น จำได้ว่าเคยอ่านเจอจากแมกกาซีนนึงสมัยอยู่ประถมปลาย เขาไปสัมภาษณ์ Jean Paul Gaultier ถึงการทำน้ำหอมตัวนี้ พี่แกก็แพล่มว่าได้แรงบันดาลใจมาจากกลิ่นของคุณยาย แล้วก็พูดถึงการออกแบบรูปทรงขวดที่เป็นเอกลักษณ์อย่างสูง แล้วเราก็ลืมไปพักใหญ่ จนมาได้กลิ่นอีกทีตอนอยู่ม.3 มีเพื่อนคนนึงใส่ไปโรงเรียน ได้กลิ่นแล้วก็รู้สึกอยากลองเป็นอันมาก

สัมผัสแรกที่เรารู้สึกได้ถึงกลิ่นคือความเป็นแป้ง ตัวกลิ่นจะออกหวานแบบวานิลลา ผสมด้วยเครื่องเทศหลายอย่าง รวมถึงกลิ่นของดอกกระดังงา แต่ทั้งหมดเคลื่อนตัวอยู่บนความแป้ง เป็นแป้งที่ค่อนข้างจะมีเนื้อหยาบอยู่สักหน่อย ไม่ได้เนียนละเอียดเนียนบางอะไรมาก แต่เราว่านี่แหละคือเสน่ห์ของมัน ในช่วงกลางเราจะได้กลิ่นของดอกกล้วยไม้และมัสก์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังแทรกด้วยกลิ่นเครื่องเทศแบบหวานๆอย่างอบเชยด้วย ภาพรวมของกลิ่นทำให้รู้สึกถึงน้ำหอมยุคเก่าเป็นอย่างดี

แน่นอนในความเป็น edp กลิ่นก็จะติดทนมากๆ ใส่ทีไรไม่เคยต่ำกว่า 6 ชั่วโมงสักครั้ง skin scent ที่ทิ้งไว้บนผิวก็ทนทานสุดๆ ขนาดที่ว่าทาโลชั่นอื่นทับลงไปก็ยังไม่สามารถไปลบกล้างกลิ่นได้ การกระจายตัวของกลิ่นก็ค่อนข้างรุนแรง กระจายไปได้ไกล เหมาะมากที่จะใส่ในเวลากลางคืน ไม่ต้องอัดสเปรย์เพิ่มเลยก็ยังไง การใส่ในช่วงกลางวันเสียอีกที่อาจจะต้องลดความหนักมือที่คุ้นชินจากน้ำหอมตัวอื่นลงมา

Jean Paul Gaultier Classique

อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือแพ็คเกจจิ้ง ชอบที่มันมาในกระป๋องน่ะ ต้องเปิดงัดกันให้วุ่นวาย แถมยังมีฝาดึงสไตล์กระป๋องน้ำอัดลมยุคเก่าติดอยู่ที่หัวสเปรย์อีก ซึ่งส่วนนี้สร้างความลำบากนิดนึงในการพกพา เพราะไม่ได้มีฝามาครอบหัวสเปรย์ไว้เลย กระทบกระทั่งอะไรก็เท่ากับกดฉีดได้โดยง่าย

สำหรับ Classique เราไม่ค่อยเจอว่าจะมีการลดราคาอะไรเป็นพิเศษตามไหนนะ อาจจะมีลดลงบ้างถ้าซื้อตาม duty free หรือเวลาห้างมีลดประจำปี ก็ต้องคอยดักเอาในส่วนนั้น แต่ตามที่อื่นๆไม่ค่อยเจอแบบลดกระหน่ำอะไรเท่าไหร่

เหมาะกับใคร: ผู้หญิงวัยมหาลัยขึ้นไปถึง 50-60 ก็ได้ ถ้าต้องการบุคลิก girl boss จะเหมาะมาก เพราะเป็นกลิ่นที่ดูนุ่มนวลแต่ก็หนักแน่น ไม่หน่อมแน้ม
ใช้ตอนไหน: เรียน ทำงาน ยิ่งเป็นงานแบบเป็นเจ้าเป็นนายหรือต้องปะฉะดะจะเหมาะมาก ใส่ไปงานกลางคืน เที่ยวกลางคืนก็ดี แต่ไม่ค่อยเหมาะกับจะใส่ออกกำลังกาย

Wednesday, 1 May 2019

Versace Red Jeans


Versace Red Jeans

ถ้าจะพูดถึงน้ำหอมหญิงตัวโปรด เป็นลูกรักอันดับหนึ่ง ก็ต้องนี่เลย Red Jeans นี่แหละ จำได้ว่าได้กลิ่นครั้งแรกมาจากเพื่อนคนนึงที่แรดๆหน่อย ได้กลิ่นแค่นั้นก็ติดใจเลย ถามเอาจากนางแล้วก็ไม่ได้ความ เพราะนางบอกว่าเอาบอดี้สเปรย์ของคนที่บ้านมาฉีด เราเองก็จนปัญญาจะติดตาม จนผ่านมาหลายปีถึงได้รู้

ในความรู้สึกของเรานะ โทนของกลิ่นมันจะออกแนว floral ผสม spicy น่ะ กลิ่นเปิดจะเป็นแอพริคอตตีคู่กับมากลิ่นกุหลาบแบบร้อนแรง สำหรับบางคนอาจจะมองว่าฉุนไปเลยก็ได้ ซึ่งความร้อนแรงตรงนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกถึงเครื่องเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเทศที่ออกจะแป้งๆนะ ไม่ได้คุมกริบหรือดุดุนร้อนแรงอะไรมากมาย ซึ่งพอพ้นไปถึงช่วงกลางจะรู้สึกว่ากลิ่นโดยรวมมัน tone down ตัวเองลงมาพอสมควร กลายเป็นกลิ่นดอกไม้ที่อ่อนลงมาระดับนึง ในขณะที่ฉากล่างเราจะรู้สึกถึงมัสก์และไม้จันทน์หอมได้อยู่ ในท้ายที่สุดพอเหลือติดผิวเป็น skin scent เราก็จะสามารถสัมผัสถึงกลิ่นวานิลลาได้ด้วย

จะว่าเป็นน้ำหอมที่ใช้ง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะ เพราะในช่วงเปิดกลิ่นจะค่อนข้างฉุนเฉียวอยู่พอสมควร คนที่ไม่ชอบอะไรแรงๆนี่คงเกลียดไปเลย ต้องรอไปสักพักให้กลิ่น tone down ลงอย่างที่ว่า มันจะค่อยๆแปรสภาพเป็นกลิ่นที่มีความแป้งมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของกลิ่นมันนุ่มนวลขึ้นเยอะ ผ่านจุดนี้ไปก็สบายแล้ว เป็นจุดที่รู้สึกว่าทำให้ชอบได้ไม่ยาก

ถึงแม้ว่าจะเป็น edt แต่กลิ่นติดทนได้เรื่องเลย พอๆกับ Blue Jeans นั่นแหละ ลากไป 6 ชั่วโมงได้ชิลๆเลย ติดเสื้อติดผ้าข้ามวันกันเลยทีเดียว ส่วนการกระจายกลิ่นก็ทำได้ดีมาก ดังนั้นจึงไม่ควรสเปรย์หนักมือเกินไปนะ สัก 5 สเปรย์จะกำลังดี ถ้าอยากจะอัดมากต้องไว้ทำตอนไปเที่ยวกลางคืน

เรื่องสนนราคานี่ไม่ต้องพูดถึง เป็นของดีราคาถูกอีกตัวที่แนะนำให้เสาะหามาใช้กัน เพราะมันหาได้ถูกเป็นบางแหล่งบางที่ ไม่ได้ถูกไปทั่วทุกที่ขนาดนั้น อย่างง่ายที่สุดต้องดูที่ Sasa รับรองได้ราคาดีแน่นอน

เหมาะกับใคร: สาวม.ปลายขึ้นไปจนถึง 40 กลางๆ เหมาะกับคนที่เปรี้ยวๆหน่อย สาวซ่าก็เหมาะ แต่คนหวานๆควรเลี่ยง
ใช้ตอนไหน: เหมาะกับงานกลางคืนหรือใส่ไปเที่ยวมากกว่า ยิ่งเที่ยวกลางคืนยิ่งแจ่ม ใส่ไปเรียนหรือทำงานแบบสุภาพมันจะดูแรงเกินเบอร์ไป