คราวนี้จะพูดถึงน้ำหอมตัวแรกในชีวิตบ้าง เป็นน้ำหอมที่แม่ซื้อให้ตอนไปเที่ยวมาเลเซียกัน เรียกว่าเป็นน้ำหอมที่ได้มาแบบงงๆก็ว่าได้ คือช่วงนั้นเรานั่งรถโรงเรียน ตอนเช้าก็จะได้กลิ่นมาจากพี่คนนึง เป็นกลิ่นน้ำหอมที่เรารู้สึกว่ามันหอมเย็นๆแบบเท่มาก ไม่ได้แมนจนเกินไป แต่ก็มั่นใจพอสมควรว่าไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมหญิง ด้วยความที่เป็นคนไม่สุงสิงกับใครเลยไม่ได้กล้าถามเขา ทำได้เพียงแค้เก็บกลิ่นที่จำได้แม่นไว้ขึ้นใจ หลังจากนั้นปิดเทอมได้ลงไปเยี่ยมพ่อที่ทำราชการอยู่ทางใต้ เลยไปเดินตามหาน้ำหอมตัวนั้นทั้งที่ตลาดกิมหยงและที่ห้างในมาเลเซีย ด้วยความอะไรไม่รู้ เราไปหยุดที่เคาน์เตอร์ของ CK แล้วก็บอกแม่ว่าอาจจะเป็นอันนี้ละมั้ง เห็นขวดมันเก๋ดี ดูทันสมัยโดนใจวัยรุ่น แม่เลยขอให้พนักงานฉีดให้เราได้ลองดม พอดมแล้วก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ ไม่เหมือนเลย ไม่มีอะไรใกล้เคียงกันสักนิด แต่ด้วยความที่ไปถึงตรงนั้นแล้วแม่ก็หลวมตัวซื้อให้จนได้
สำหรับเรากลิ่นขิงและเครื่องเทศเป็นกลิ่นที่เด่นมากของ CK One เป็นกลิ่นเครื่องเทศแบบซ่าๆที่รู้สึกได้ทันทีตั้งแต่แรกฉีด จากนั้นตามมาด้วยกลิ่นเขียวๆสดชื่น และในช่วง middle note ก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นมะลิที่ชัดขึ้นมา รวมถึงดอกไม้อื่นๆด้วยแต่เราก็แยกแยะได้ไม่มากว่าเป็นดอกอะไรกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าในพื้นหลังนั้นจะสัมผัสได้กับกลิ่นมัสก์และไม้จันทน์หอมที่ปูไว้ และกลิ่นเขียวสดชื่นก็ยังตามติดมาจนหยดสุดท้ายกันเลยทีเดียว จะบอกว่ากลิ่นทั้งหมดทั้งปวงนี้ไม่ได้คมมากนะ ออกจะติดหม่นเล็กน้อยด้วยซ้ำ ทำให้รู้สึกว่ากลิ่นมันนุ่มนวลขึ้น ไม่โฉ่งฉ่างดี ถ้ากลิ่นมันคมชัดกว่านี้ก็อาจจะกลายเป็นน้ำหอมที่ไม่ชอบไปอีกตัวแล้วก็ได้
ในเรื่องของความติดทนเราว่ากลางๆนะ ประมาณ 4-5 ชั่วโมงนี่อยู่ได้สบายๆ แรกฉีดอาจจะรู้สึกว่ากลิ่นมันเข้มข้นเกินไปสักนิดนึง แต่ไม่เกิน 30 นาทีก็จะเบาลงมาเอง การกระจายกลิ่นก็ถือว่าทำได้ดี อบอวลอยู่รอบตัวแต่พองาม ไม่ได้ฟุ้งกระจายไกลจนเหมือนกลิ่นมาก่อนตัวอะไรขนาดนั้น ถือว่าทำได้ดีสำหรับการเป็น edt แหละ รวมๆแล้วเป็นความลงตัวที่เหมาะกับวัยรุ่นยุค 90 แบบเราจริงๆ
กลับมาพูดถึงแพ็คเกจกันต่อ สมัยก่อนเราชอบมากนะ เป็นฝาเปิดแบบน้ำอัดลมขวดแก้วใหญ่ๆ เปิดออกมาแล้วก็ทิ้งเลย เหลือแต่หัวฉีดสีเงินอยู่ข้างใน แต่โตมาก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แล้ว เพราะเวลาขนย้ายไปไหนมันจะไปโดนกับของอย่างอื่นในกระเป๋าเดินทาง เสี่ยงที่จะกดน้ำหอมออกมาให้กลิ่นมันลามไปทั่ว ขวดแก้วแบบแมทท์ก็ให้ความรู้สึกเท่ดี อีกทั้งรูปทรงของขวดที่คล้ายแม่งโขงแบน ทำให้รู้สึกว่าเป็นน้ำหอมของคนอายุน้อย เข้าถึงได้ง่าย จำได้ว่าพนักงานที่มาเลเซียคนนั้นก็เคยบอกไว้ว่าเป็นน้ำหอมวัยรุ่น ใช้ได้ทั้งหญิงชาย เพราะเขาออกมาแบบมาแล้วว่าให้ใช้ได้ทั้งคู่
เรื่องของราคาเราเองก็ไม่แน่ใจว่ายุคนี้จะเท่าไหร่แล้ว ขวดที่เราใช้อยู่ตอนนี้เราซื้อมาจากออสเตรเลีย 200 มล. ราคาถูกมาก ไม่เกิน 2000 บาท เพราะซื้อที่ Chemist Warehouse ร้านขายยาที่มันชอบลดน้ำหอมเยอะอยู่แล้ว ตามเคาน์เตอร์ในไทยน่าจะแพงกว่ามากพอสมควร ยังไงแนะนำว่าเป็นอีกน้ำหอมที่ควรซื้อติดไว้เวลาไปร้านขายยาต่างประเทศนะ
ใส่ตอนไหน: ใส่ไปเรียน ไปทำงานที่ไม่ได้เน้นความสุภาพเป็นพิเศษ ไม่ค่อยเหมาะกับงานหรูหรา


0 Perfume lovers:
Post a Comment