Sunday, 21 April 2019

Ralph Lauren Polo Sport


Ralph Lauren - Polo Sport

มาถึงน้ำหอมตัวแรกที่เรากัดฟันเก็บเงินซื้อเองกันบ้าง และ Polo Sport ก็คือน้ำหอมผู้โชคดีนั้นที่เราต้องยอมอดข้าวกลางวันเป็นเทอมๆเพื่อไปไถ่ตัวเธอมาครอบครองให้จงได้ เราสะดุดตากับขวดเท่ๆของมันจากห้างใกล้โรงเรียนที่เราเดินผ่านบ่อยๆ ทำใจกล้าขอพนักงานทดลองกลิ่นดูก็พบว่าชอบมาก เรียกว่าเป็นน้ำหอมตัวแรกในชีวิตที่ชอบกลิ่นเลยก็ว่าได้ แต่ราคาแพงจัง เด็ก 12 แบบเราตอนนั้นหดหู่เลย ไม่รู้จะไปหาเงินมาจากไหนถึงจะได้มาใช้ สุดท้ายตัดสินใจสู้ทนอดอาหารกลางวันอยู่นานจนได้เงินมากพอ รวมกับเงินปีใหม่แต๊ะเอียใดๆ จึงไปถอยมาจากห้างข้างโรงเรียนนั่นแหละ

ถึงแม้มันจะเป็น edt แต่เราว่ามันให้กลิ่นที่หนักแน่นเอาการเลยนะ เปิดกลิ่นมาก็เจอกับความเย็นสบายของมินท์ที่ผสมกับกลิ่นสังเคราะห์ และความหวานนวลๆของลาเวนเดอร์ ในช่วง middle เราจะรู้สึกว่ามีกลิ่นขิงคลอมากับดอกไม้ชนิดอื่นๆและกลิ่นมะกรูดจางๆพอให้ได้รู้สึกถึงความเปรี้ยวแบบสดชื่น เปรี้ยวจริงแต่กลิ่นไม่คมมาก เพราะใน base note นั้นถูกปูไว้ด้วยมัสก์ ไม้จันทน์หอม ไม้สนซีดาร์ และอำพัน เรียกว่าเป็นสามเกลอสี่เกลอยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้รองพื้นกลิ่นน้ำหอมชาย

ในส่วนของความติดทนสำหรับเราถือว่าติดทนมากนะ อาจจะเป็นเพราะผิวเราถูกกับน้ำหอมชายก็ได้ ใช้ตัวไหนก็ติดทนแทบทั้งนั้น 5 ชั่วโมงนี่ตีไปเลยเป็นขั้นต่ำ แต่ที่ประทับใจคือ skin scent ที่ทิ้งไว้แต่ความหอมหวานละมุน ไม่หอมหวานเกินกว่าจะเป็นน้ำหอมชาย เรื่องของการกระจายกลิ่นก็จัดว่าปานกลางค่อนไปทางสูงนะ อาณุภาพกลิ่นกระจายได้ดี ถ้าสเปรย์เกิน 6 ทีอาจจะได้กลิ่นที่เข้มข้นจนเกินงาม

หลังจากซื้อมาใช้แล้วพักใหญ่ๆถึงได้ไปอ่านเจอในแมกกาซีนเกี่ยวกับการเลือกพรีเซนเตอร์ของ Polo Sport ว่าเขาไปเอานายแบบผิวดำอย่าง Tyson Beckford มา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศักราชใหม่ของการโฆษณาน้ำหอมในยุค 90 เลยมั้งที่ตัดสินใจใช้นายแบบผิวดำโดยที่เป็นแบรนด์ของคนขาว จำได้ว่าคนเขียนคอลัมน์บรรยายว่ามันเป็นน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่นเหมือนเพิ่งไปอาบน้ำมาใหม่ๆตลอดเวลา เราว่าก็เป็นคำพูดที่ไม่เกินจริงเลยสำหรับความรู้สึกที่เรามีให้น้ำหอมตัวนี้

Ralph Lauren - Polo Sport

ในช่วง 3-4 ปีมานี้เราไม่ค่อยได้กลิ่นใครใช้น้ำหอมนี้ตามที่สาธารณะแล้วนะ นานๆทีจะเจอบ้างกับพวกที่ใช้น้ำหอมซีซีตลาดนัด แต่กลิ่นแบบน้ำหอมแท้ทรูนี่ไม่ได้กลิ่นนานมากแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าตอนมันฮิตระเบิดระเบ้อในยุค 90 มันฮิตจนกลายเป็นโหลเลย สมัยนั้นทั้งของแท้ของเทียมเดินส่วนกันปล่อยกลิ่นไปทั่วกรุง เรียกว่าถ้าออกจากบ้านวันไหนต้องเจอคนใช้ตัวนี้อย่างน้อย 2 คนอะ หรือเวลาดูแมกกาซีนกับรายการทีวีแนวเปิดกระเป๋าดารา พวกดาราชายรายไหนรายนั้นเลย ถ้าพกน้ำหอมก็จะเจอตัวนี้เป็นหลัก

เรื่องของสนนราคา สมัยเราซื้อจำได้ว่าสามพันกว่ายังไง สมัยนี้ก็ยังไม่หนีราคาเดิมไปมากเท่าไหร่ แต่ตามร้านขายยาเมืองฝรั่งหรือพวกร้านเครื่องสำอางแบบ Sasa นี่เราไม่ค่อยเห็นเอาตัวนี้ไปลดราคาสักเท่าไหร่นะ คิดว่าคอยดักเอาตอนห้างบ้านเรามีเซลล์ใหญ่ประจำปีก็น่าจะคุ้มพอสมควร

เหมาะกับใคร: ผู้ชายวัยรุ่นตอนปลายเรื่อยไปถึงผู้ชายหลักห้า ทอมก็ใช้ได้
ใส่ตอนไหน: ใส่ได้ทุกโอกาส แต่ไม่เหมาะกับงานหรูหรา เที่ยวกลางคืนพอไหวถ้าไม่แคร์ว่ากลิ่นโหลแล้ว

0 Perfume lovers:

Post a Comment